พิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช


แสดงเมื่อ วันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 13:28:41


ร.9.jpg

พิธีพระราชทานปริญญาบัตร

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 21 พฤษภาคม 2493
[ สวัสดิ์ จงกล ]


หลังจากเสด็จนิวัติกรุงเทพมหานครในปี พ.ศ. 2493 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงปฏิบัติระราชกรณียกิจ ในพระฐานะพระบรมราชูปถัมภกแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พระองค์ที่ 5 ทั้งในรูปแบบสืบเนื่องจากสมเด็จพระปิตุลาธิราช และพระบรมเชษฐาธิราชของพระองค์คือ พระบาสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล นั่นคือการพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตที่สำเร็จการศึกษา รวมทั้งที่ได้พระราชทานพระมหากรุณาธิคุณเป็นพิเศษคือ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรการแข่งขันกีฬากลางแจ้ง ที่สนามหน้าหอประชุมจุฬาฯ และได้พระราชทานรางวัลแก่นิสิตผู้ชนะการแข่งขัน


ในการประชุมสภามหาวิทยาลัย ครั้งที่ 153/2493 เมื่อวันเสาร์ที่ 13 พฤษภาคม 2493 ณ ห้องประชุมคณะวิศวกรรมศาสตร์ เริ่มประชุมเวลา 9.50 น. มีจอมพล ป. พิบูลสงคราม อธิการบดีในฐานะอุปนายกสภามหาวิทยาลัยเป็นประธานในที่ประชุม ศาสตราจารย์ ม.ร.ว.สลับ ลดาวัลย์ เป็นกรรมการและเลขานุการ เรื่องที่ประชุมซึ่งสำคัญยิ่งมี 2 เรื่องคือ เรื่องแรกคณบดีห้าคณะ ได้แก่ วิศวกรรมศาสตร์ อักษรศาสตร์และครุศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ พาณิชยศาสตร์และการบัญชี เสนอชื่อนิสิตผู้สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรคณะต่างๆ ในระดับปริญญาตรีและอนุปริญญา เพื่อขออนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย เรื่องที่สำคัญยิ่งคือ การทูลเกล้าฯ ถวายปริญญากิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งที่ประชุมอนุมัติให้ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญารัฐศาสตรดุษฎีกิตติมศักดิ์
กำหนดการของพิธีพระราชทานปริญญาบัตรในปีนั้นมีว่า ในวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 เวลา 14.00 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จเข้าสู่หอประชุม ทรงจุดเทียนชนวนที่แท่นบูชา นายกสภามหาวิทยาลัยถวายรายงานเกี่ยวกับมหาวิทยาลัย ทูลเกล้าฯ ถวายปริญญารัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานปริญญาบัตรและอนุปริญญาบัตร บัณฑิตใหม่กล่าวคำปฏิญญา พระราชทานรางวัล พระราชทานพระบรมราโชวาท ถวายเครื่องไทยธรรมแด่พระสงฆ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ
ในงานพระราชทานปริญญาบัตรครั้งนั้นมีข้อมูลและผลสืบเนื่องน่าสนใจที่ควรนำเสนอ ณ ที่นี้หลายประการ ประการแรก มีจุฬาฯ บัณฑิตรุ่นนี้อย่างน้อย 4 ท่าน มีโอกาสสนองพระมหากรุณาธิคุณต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้แก่ ดร.เชาวน์ ณ ศีลวัฒน์ เป็นองคมนตรี | ท่านผู้หญิงมนัสนิตย์ วนิกกุล เป็นราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ | คุณวิลาวัลย์ วีรานุวัตต์ และคุณประมุท บูรณศิริ ทำงานสนองพระมหากรุณาธิคุณ | อาจจะมีท่านอื่นอีกก็ได้แต่ผู้เขียนไม่ทราบจึงต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ประการที่สอง มีผู้ที่สร้างชื่อเสียงและทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติบ้านเมืองอย่างมาก เช่นทางด้านวิศวกรรมมี คุณพารณ อิสรเสนา ณ อยุธยา, ดร.จิตติ วัชรสินธุ์, ศาสตราจารย์ ดร.นิวัตต์ ดารานันท์, คุณประชา ตันศิริ, คุณประวิทย์ รุยาพร, คุณเสรี สืบสงวน, คุณกระจก ศุภกิจวิเลขการ, คุณอาทร ปทุมสูตร, คุณเชิด วิริยะพานิช | ทางด้านวิทยาศาสตร์มี ดร.เฉลียว สุรสิทธิ์, คุณชายไหว แสงรุจิ | ทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์มี พล.ร.ต.ประเทือง คงฤทธิ์ | ทางด้านพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมี คุณอาทร ติดติรานนท์, คุณเฉลียว สุวรรณกิตติ, ศาสตราจารย์เถาวัลย์ นันทาภิวัฒน์ | ทางด้านอักษรศาสตร์มี คุณหญิงวิรัตน์ ชมนันทน์, ศาสตราจารย์คุณหญิงเกื้อกูล สวัสดิ-ชูโต (เสถียรไทย ในปัจจุบัน) เป็นต้น เชื่อว่าคงจะมีท่านอื่นทำคุณประโยชน์แก่บ้านเมืองอีกมากเช่นกัน ประการที่สาม มีสามท่านเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคือ คุณประกายเพชร อินทุโสภณ, คุณปรีดา พัฒนาถาบุตร และคุณประยูร จินดาศิลป์ ประการที่สี่ ในปี พ.ศ 2533 เป็นวาระครบรอบ 40 ปีที่จุฬาบัณฑิตรุ่นที่ 22 สำเร็จการศึกษา และได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้บัณฑิตรุ่นนี้เข้าเฝ้าถวายความจงรักภักดี หลังจากที่ได้พระราชทานปริญญาบัตรแก่จุฬาบัณฑิตรุ่นที่ 62 ครั้งนั้น ดร.เชาวน์ ณ ศีลวันต์ องคมนตรีเป็นผู้แทนบัณฑิตรุ่นนี้กราบถวายบังคมแสดงความจงรักภักดี







ข้อมูลซึ่งน่าสนใจสำหรับพิธีพระราชทานปริญญาบัตรครั้งนั้นคือ บัณฑิตผู้ได้รับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นคนแรกคือ คุณประกายเพ็ชร อินทุโสภณ วศบ.เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คนสุดท้ายเข้ารับพระราชทานอนุปริญญาบัตรการบัญชีคือ คุณอเนก ณ สงขลา และอาจจะเป็นการบังเอิญหรือไม่ก็ไม่ทราบ ที่มีนิสิตผู้หนึ่งได้รับพระราชทานรางวัลเหรียญทองแดงสาขาวิชาชีววิทยา จากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และต่อมาได้มีโอกาสทำงานให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมากผู้หนึ่ง นิสิตผู้นั้นกำลังเรียนชั้นปีที่สอง คณะวิทยาศาตร์ ชื่อจรัส สุวรรณเวลา ต่อมาได้รับโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิกาบดี 2 สมัย และปัจจุบัน (พ.ศ. 2545) เป็นนายกสภาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ที่สำคัญยิ่งสำหรับบัณฑิตรุ่นนี้ก็คือ ในช่วง 4 ปีที่ศึกษาอยู่ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นิสิตรุ่นนี้ได้มีโอกาสดีที่สุดในชีวิต และยากที่นิสิตรุ่นอื่นจะมีโอกาสเช่นนั้น ก็คือ การมีส่วนร่วมถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ถึง 3 ครั้ง ครั้งแรกเป็นการเข้าถวายบังคมพระบรมศพ และการจัดงานพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงศพพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทั้งหมดนี้นิสิตจำนวนหนึ่งได้เข้าร่วมพระราชพิธีในขบวนอิสริยยศในหน้าที่มหาดเล็กหลวงและตำรวจหลวง ผู้ที่มีโอกาสดีเช่นนั้นต่างเต็มใจอย่างยิ่ง แม้นว่าท่านอธิการบดี (ม.จ.รัชฎาภิเษก โสณกุล) จะทรงทราบ และต่อมาได้รับสั่งให้นิสิตทราบอย่างกระทันหัน โดยเฉพาะงานขบวนแห่พระบรมอัฎฐิพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวนั้น เป็นเวลาจวนจะสอบอยู่แล้ว แต่มีนิสิตจำนวนมากสมัครเข้าร่วมในพระราชพิธี


พระปฐมบรมราโชวาทที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานแก่จุฬาบัณฑิตรุ่นที่ 22 มีความสำคัญและทรงคุณค่าที่สุดต่อชาวจุฬาฯ ทุกคน ขออัญเชิญส่วนหนึ่งที่ได้ทรงเน้นพิเศษดังนี้



"...สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาได้รับปริญญาและอนุปริญญาในวันนี้ ข้าพเจ้าขอแสดงความยินดีด้วย เพราะการที่จะบรรลุถึงผลขั้นสุดท้ายของการศึกษา เช่นที่ได้ปฏิบัติมานั้น เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก และน่าสรรเสริญ แต่ขอให้นึกอยู่เสมอว่า เมื่อท่านสำเร็จการศึกษาออกไปแล้ว ยังมีคนเป็นจำนวนมากที่เอาใจใส่เฝ้าดูการกระทำของท่านอยู่ต่อไป ใครทำดีก็ได้รับคำชมเชยและสรรเสริญ ใครทำไม่ดีเขาก็จะพากันติ และพลอยติชมถึงสถานศึกษาของท่านด้วย ชื่อมหาวิทยาลัยของท่านคือ "จุฬาลงกรณ์" จะติดตัวท่านไปด้วยเสมอ ไม่ว่าจะประพฤติดีหรือประพฤติชั่ว ฉะนั้นทุกๆ ครั้งที่ท่านจะกระทำการสิ่งใดลงไป จงคิดแล้วคิดอีก ทบทวนดูทั้งทางได้ทางเสียให้แน่ชัดเสียก่อน "จุฬาลงกรณ์" หาได้เป็นแต่เพียงชื่อของมหาวิทยาลัยนี้เท่านั้นไม่ ยังเป็นนามของผู้พระราชทานกำเนิดของสถานที่แห่งนี้ด้วย ฉะนั้นจึงเป็นการจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านจะต้องปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับเป็นผู้ที่ได้รับการอบรมสั่งสอนไปจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนี้..."


ชาวจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรหรือไม่ก็ตาม ท่านล้วนเป็นลูกจุฬาฯ ซึ่งเป็นที่รักและห่วงใยของสถาบันแม่คือจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอยู่เสมอ หากท่านรัก และห่วงใยจุฬาฯ ท่านรักและเทอดทูนจุฬาฯ ท่านคงตระหนักดีว่า ท่านควรคิด มีทัศนคติ และปฏิบัติตนเอง ปฏิบัติหน้าที่กิจการงานของท่านอย่างไร จึงจะเป็นการสนองพระปฐมบรมราโชวาทองค์นี้ คำตอบอยู่ที่พวกเราทุกคน






 

 
 
 

ประวัติความเป็นมา


บริการ


ข้อมูลอื่น ๆ

ประวัติจุฬาฯ


ข้อมูลจุฬาฯ ที่น่าสนใจ